บริษัท ไบด์เซอร์ เทค จำกัด (“บริษัท”) ผู้ให้บริการระบบออเดอร์พลัส (Order Plus) ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ได้คำนึงถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (“ท่าน”) ตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และมาตรฐานสากล จึงได้จัดทำประกาศความเป็นส่วนตัว (“ประกาศฯ”) ฉบับนี้ขึ้นเพื่อให้ผู้คุณทราบถึงวัตถุประสงค์และรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บ รวบรวม การใช้ การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงสิทธิตามกฎหมาย
ประกาศฯ ฉบับนี้ใช้กับบุคคลดังต่อไปนี้
ผู้ใช้งานแพลตฟอร์ม (ร้านค้า/ผู้ขาย): ผู้ซึ่งสมัครสมาชิก ใช้ หรือเคยใช้ผลิตภัณฑ์ แพลตฟอร์ม และ/หรือ บริการของบริษัท (เช่น ระบบจัดการออเดอร์, บริการ Chat Plus, บริการ Auto Comment Plus หรือระบบ AI Chat Bot)
ลูกค้าของผู้ใช้งานแพลตฟอร์ม (ผู้รับพัสดุ): บุคคลที่ผู้ใช้งานแพลตฟอร์มได้นำข้อมูลส่วนบุคคล (เช่น ชื่อ-นามสกุล, ที่อยู่, เบอร์โทรศัพท์ ฯลฯ) มาบันทึกเข้าสู่ระบบของบริษัท เพื่อใช้ในการจัดการคำสั่งซื้อและจัดส่งสินค้า
ผู้ติดต่อสอบถามข้อมูล: ผู้ติดต่อสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ บริการ หรือขอรับการสนับสนุน (Customer Support) ผ่านช่องทางต่าง ๆ ของบริษัท
ผู้เข้าร่วมกิจกรรม: ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมที่บริษัทฯ จัดขึ้น เช่น โปรโมชันส่งเสริมการขาย, สัมมนา, การทดลองใช้งานแพ็กเกจ (เช่น Premium+), หรือกิจกรรมทางสื่อสังคมออนไลน์
ตัวแทนนิติบุคคล: บุคคลธรรมดาที่เป็นตัวแทนหรือผู้มีอำนาจจัดการแทนลูกค้านิติบุคคล (ในกรณีที่ร้านค้าจดทะเบียนในรูปแบบบริษัท) เช่น กรรมการ, ตัวแทน, ผู้ได้รับมอบอำนาจ, ผู้ถือหุ้น ตลอดจน แอดมินที่ได้รับมอบหมายให้จัดการเพจหรือร้านค้าบนระบบของบริษัท
ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไปที่บริษัทจัดเก็บ
ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ นามสกุล วัน/เดือน/ปีเกิด อายุ เพศ ลายมือชื่อ เป็นต้น
ข้อมูลการติดต่อ เช่น ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล และข้อมูลโซเชียลมีเดีย (เช่น Facebook Page, LINE ID) เป็นต้น
ข้อมูลทางการเงิน เช่น ข้อมูลตามสำเนาสมุดบัญชีธนาคาร เลขประจำตัวผู้เสียภาษี เป็นต้น
ข้อมูลที่ใช้ประกอบเป็นหลักฐาน หรือในการทำธุรกรรมต่าง ๆ เช่น ข้อมูลส่วนบุคคลที่ปรากฏในสำเนาบัตรประชาชน สำเนาหนังสือเดินทาง สำเนาใบเปลี่ยนชื่อนามสกุล สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาใบอนุญาตขับขี่ เป็นต้น
ข้อมูลทางเทคนิค เช่น IP Address, ข้อมูลการใช้งานอุปกรณ์, ประเภทของเบราว์เซอร์, วันและเวลาที่เข้าถึงระบบ รวมถึงคุกกี้ (Cookies) เป็นต้น
การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลที่สาม และ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลร่วม (Joint Controllers)
เพื่อให้บริการของบริษัทดำเนินไปอย่างสมบูรณ์ บริษัทอาจจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลของท่านแก่บุคคลที่สาม และผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลร่วม (Joint Controllers) โดยที่บริษัทได้มีความร่วมมือกับบริษัทพันธมิตรอื่น ๆ ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลร่วม เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล เช่น ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และข้อมูล Tracking ของผู้รับพัสดุ เพื่อประโยชน์ในการประสานงานบริษัทขนส่งและสร้างข้อมูลการติดตามพัสดุ โดยทั้งสองบริษัทมีมาตรการรักษาความปลอดภัยร่วมกันอย่างเข้มงวด
นอกจากนี้บริษัทอาจมีความจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง ดังต่อไปนี้
พันธมิตรผู้ให้บริการขนส่ง (Shipping Partners) ผู้ให้บริการขนส่งอื่น ๆ ที่เชื่อมต่อกับระบบ เพื่อจัดการการจัดส่งสินค้า
ผู้ให้บริการภายนอก (Service Providers) เช่น ที่ปรึกษาทางกฎหมาย ผู้ตรวจสอบบัญชี ผู้ให้บริการคลาวด์
หน่วยงานราชการ (Government) เช่น สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล, กรมสรรพากร, ศาล หรือตำรวจ เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย
การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณเท่าที่จำเป็น ภายใต้วัตถุประสงค์อันชอบด้วยกฎหมาย ดังต่อไปนี้
ฐานสัญญา (Contract)
เพื่อการปฏิบัติตามสัญญาหรือก่อนเข้าทำสัญญากับท่าน
เพื่อสร้างและจัดการบัญชีผู้ใช้งานบนระบบออเดอร์พลัส (Order Plus)
เพื่อให้บริการตามความประสงค์ของท่าน เช่น ระบบรวมแชทเพจ (Chat Plus), ระบบจัดการคำสั่งซื้อ, การสร้างข้อมูลการติดตามพัสดุ (Tracking) บริการระบบแจ้งเตือน (Line-Notify) ตลอดจนระบบ ฟังก์ชัน หรือบริการอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับการให้บริการของบริษัท ซึ่งมีอยู่ในปัจจุบันหรืออาจได้รับการพัฒนา เพิ่มเติม หรือเปิดให้บริการในอนาคต ทั้งนี้ เฉพาะเท่าที่เกี่ยวข้องและจำเป็นต่อการปฏิบัติตามสัญญาหรือการดำเนินการตามคำขอใช้บริการของท่าน
เพื่อประสานงานกับพันธมิตรขนส่งในการจัดส่งสินค้าหรือบริการ
เพื่อดำเนินการชำระค่าสินค้าหรือบริการ
เพื่อการบริการหลังการขาย และการปฏิบัติตามข้อตกลงและเงื่อนไข (Terms and Conditions) ของบริษัท
ฐานหน้าที่ตามกฎหมาย (Legal Obligation)
เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบ หรือคำสั่งของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น การจัดทำบัญชีและรายงานทางภาษี (เช่น ภ.ง.ด.94) หรือการเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ (Log) ตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ
ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interest)
เพื่อการบริหารจัดการภายในบริษัท การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบและ API
เพื่อปรับปรุง พัฒนาสินค้า บริการ หรือประสบการณ์การใช้งานของคุณให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
เพื่อรวบรวมข้อเสนอแนะ วิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ และการจัดการข้อร้องเรียนต่างๆ
ฐานความยินยอม (Consent)
เพื่อการตลาดและการส่งเสริมการขาย เช่น การนำเสนอโปรโมชัน ข่าวสาร แพ็กเกจการใช้งาน (เช่น แพ็กเกจ Premium+) หรือสิทธิพิเศษจากบริษัทและพันธมิตร
แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของคุณจากแหล่งที่มาผ่านช่องทาง ดังต่อไปนี้
5.1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านให้ไว้แก่บริษัทโดยตรง
• ผ่านการสมัครสมาชิก หรือการเปิดบัญชีผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์ม Order Plus
• ผ่านการใช้งานระบบและบริการของบริษัท เช่น ระบบรวมแชท (Chat Plus), ระบบแจ้งเตือน (Line-Notify) หรือการทำธุรกรรมต่างๆ ผ่านแพลตฟอร์ม
• ผ่านช่องทางการติดต่อสื่อสารที่ให้ไว้โดยตรง เช่น โทรศัพท์, อีเมล (Email), การพูดคุยผ่านช่องทางแชท, หรือบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ของบริษัท
5.2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้รับหรือเข้าถึงได้จากแหล่งอื่น บริษัทอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งอื่นที่ท่านได้ให้ความยินยอมไว้ หรือแหล่งที่บริษัทมีสิทธิตามกฎหมาย ซึ่งรวมถึง:
• ผู้ใช้งานแพลตฟอร์ม (ผู้ขาย/ร้านค้า): ในกรณีที่ท่านมีสถานะเป็น "ผู้รับพัสดุหรือลูกค้าของร้านค้า" บริษัทอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (เช่น ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และข้อมูลคำสั่งซื้อ) จากผู้ใช้งานแพลตฟอร์มที่นำข้อมูลของคุณมาบันทึกในระบบเพื่อใช้ในการจัดส่งสินค้า
• ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลร่วม (Joint Controllers) และพันธมิตรทางธุรกิจ: บริษัทอาจได้รับข้อมูลจากการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับบริษัทผู้ให้บริการ API หรือพันธมิตรผู้ให้บริการขนส่ง เช่น ข้อมูลการติดตามสถานะพัสดุ (Tracking) เพื่อวัตถุประสงค์ในการประสานงานการจัดส่งให้เสร็จสิ้น
ในกรณีที่ผู้เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้เยาว์ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ
ในกรณีที่ท่านเป็นผู้เยาว์ (บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และยังไม่บรรลุนิติภาวะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์) ท่านจะต้องได้รับความยินยอมจากบิดามารดา หรือผู้ใช้อำนาจปกครองก่อนการให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บริษัท การขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว บริษัทจะต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ด้วย กรณีที่บริษัทตรวจพบว่าการให้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ดังกล่าวไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครอง บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการใช้บริการของผู้เยาว์ภายใน 60 วัน โดยจะมีการแจ้งให้ผู้เยาว์ทราบถึงกรณีดังกล่าวผ่านทางข้อมูลติดต่อที่ผู้เยาว์ได้แจ้งไว้แก่บริษัท เว้นแต่บริษัทจะได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองของผู้เยาวน์ในช่วงระยะเวลาดังกล่าว ความยินยอมของผู้ใช้อำนาจปกครองข้างต้นจะแสดงออกโดยทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ใช้อำนาจปกครอง หรือโดยวิธีอื่นใดที่แสดงผลอย่างเดียวกัน
ระยะเวลาในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลไว้ตราบเท่าที่มีการใช้บริการของบริษัท ในกรณีที่ท่านยุติความสัมพันธ์หรือสิ้นสุดสัญญากับบริษัท หรือหากปรากฎว่าไม่มีการใช้บริการหรือการทำธุรกรรมแล้วเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 90 วัน บริษัทจะยังคงเก็บข้อมูลส่วนบุคคลต่อไปอีกเป็นระยะเวลา 10 ปี นับแต่กรณีใดกรณีหนึ่งข้างต้น เมื่อพ้นระยะเวลาดังกล่าวแล้วบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินการลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลได้ เว้นแต่บริษัทมีความจำเป็นที่จะต้องจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไว้ตามระยะเวลาที่จำเป็นและสมควรเพื่อก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือ การใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย
สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
ภายใต้หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และข้อจำกัดตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของตน ดังต่อไปนี้
8.1. สิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านมีสิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท รวมถึงขอให้บริษัทเปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้ให้ความยินยอม
ทั้งนี้ บริษัทอาจปฏิเสธคำขอได้เฉพาะในกรณีที่กฎหมายหรือคำสั่งศาลกำหนด หรือเมื่อการเข้าถึงหรือการให้สำเนาข้อมูลดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น
ในกรณีที่บริษัทไม่อาจปฏิเสธคำขอได้ บริษัทจะดำเนินการตามคำขอโดยไม่ชักช้าและไม่เกิน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
8.2. สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
ในกรณีที่บริษัทไม่ดำเนินการตามคำขอ บริษัทจะบันทึกคำขอพร้อมเหตุผลในการปฏิเสธไว้ตามที่กฎหมายกำหนด
8.3. สิทธิถอนความยินยอม
ในกรณีที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยอาศัยความยินยอม ท่านมีสิทธิถอนความยินยอมได้ทุกเมื่อ โดยการถอนความยินยอมจะต้องทำได้โดยง่ายเช่นเดียวกับการให้ความยินยอม เว้นแต่มีข้อจำกัดตามกฎหมายหรือสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
การถอนความยินยอมจะไม่กระทบต่อความชอบด้วยกฎหมายของการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้ดำเนินการไปก่อนการถอนความยินยอม
ทั้งนี้ การถอนความยินยอมอาจส่งผลกระทบต่อการให้บริการบางประการ ในกรณีที่ข้อมูลดังกล่าวมีความจำเป็นต่อการให้บริการ โดยบริษัทจะแจ้งผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นให้ท่านทราบก่อนหรือในขณะที่ดำเนินการถอนความยินยอม
8.4. สิทธิขอรับหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานได้โดยทั่วไปด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานโดยอัตโนมัติ รวมถึงมีสิทธิขอให้บริษัทดำเนินการดังต่อไปนี้ ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลรายอื่นโดยวิธีการอัตโนมัติ เมื่อสามารถดำเนินการได้ในทางเทคนิค หรือขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทส่งหรือโอนไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลรายอื่นโดยตรง เว้นแต่โดยสภาพทางเทคนิคไม่สามารถดำเนินการได้
สิทธินี้ใช้กับข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้แก่บริษัทและบริษัทดำเนินการโดยอาศัยความยินยอมหรือความจำเป็นในการปฏิบัติตามสัญญา ทั้งนี้ การใช้สิทธิต้องไม่กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น และอยู่ภายใต้ข้อยกเว้นตามกฎหมาย
8.5. สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เมื่อท่านใช้สิทธิคัดค้าน บริษัทจะหยุดเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวและแยกข้อมูลออกจากข้อมูลอื่นอย่างชัดเจน เว้นแต่บริษัทมีเหตุที่กฎหมายอนุญาตให้ดำเนินการต่อไปได้
กรณีคัดค้านการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการตลาดแบบตรง บริษัทจะยุติการใช้ข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าว
8.6. สิทธิขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้
ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ ในกรณีดังต่อไปนี้ ข้อมูลส่วนบุคคลหมดความจำเป็นต่อวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย หรือท่านถอนความยินยอมและบริษัทไม่มีฐานกฎหมายอื่นในการดำเนินการกับข้อมูลต่อไป
บริษัทอาจปฏิเสธคำขอได้ในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องเก็บรักษาข้อมูลไว้ เช่น เพื่อก่อตั้ง ปฏิบัติตาม ใช้ หรือยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการปฏิบัติตามกฎหมาย
8.7. สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีดังต่อไปนี้ บริษัทอยู่ระหว่างตรวจสอบความถูกต้อง ความเป็นปัจจุบัน ความสมบูรณ์ หรือการก่อให้เกิดความเข้าใจผิดของข้อมูลตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลส่วนบุคคลถูกเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ข้อมูลส่วนบุคคลหมดความจำเป็นต่อวัตถุประสงค์ของบริษัท
8.8. สิทธิในการร้องเรียน
ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หากคุณเห็นว่าบริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณโดยฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย
วิธีการใช้สิทธิ
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถยื่นคำขอใช้สิทธิหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางช่องทางการติดต่อเพื่อขอใช้สิทธิตามข้อ 8 ดังต่อไปนี้
9.1. ติดต่อผ่านเพจ Facebook หรือบัญชี LINE Official Account ของระบบออเดอร์พลัส (Order Plus)
9.2. Customer Service: 02-114-7287
9.3 เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO): [email protected]
บริษัทอาจขอข้อมูลหรือเอกสารเพิ่มเติมเท่าที่จำเป็นเพื่อยืนยันตัวตนและตรวจสอบสิทธิของผู้ยื่นคำขอ รวมถึงเพื่อป้องกันมิให้ข้อมูลส่วนบุคคลถูกเปิดเผย แก้ไข หรือลบโดยบุคคลที่ไม่มีสิทธิ
บริษัทจะพิจารณาและดำเนินการตามคำขอโดยไม่ชักช้าและภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ในกรณีที่บริษัทไม่สามารถดำเนินการตามคำขอได้ทั้งหมดหรือบางส่วน บริษัทจะแจ้งเหตุผลและบันทึกการปฏิเสธคำขอไว้ตามที่กฎหมายกำหนด
การใช้สิทธิกรณีที่เกี่ยวข้องกับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลร่วม (Joint Controller) ในกรณีที่คุณแจ้งความประสงค์ขอใช้สิทธิตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และคำร้องขอดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับข้อมูลที่บริษัทฯ มีการประมวลผลร่วมกับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลร่วม (Joint Controller) บริษัทฯ จะทำหน้าที่เป็น จุดติดต่อหลัก (Point of Contact) เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้สิทธิของคุณ บริษัทฯ จะดำเนินการรับคำร้องและประสานงานแจ้งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลร่วม ที่เกี่ยวข้องทราบ โดยไม่ชักช้า เพื่อให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลร่วม ดำเนินการตรวจสอบและจัดการตามคำร้องขอใช้สิทธิในส่วนที่อยู่ในความรับผิดชอบของตนให้แล้วเสร็จ ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลของคุณจะได้รับการคุ้มครองและจัดการอย่างถูกต้อง ครบถ้วนในทุกระบบที่เกี่ยวข้อง
ประกาศไว้ ณ วันที่ 2 กรกฎาคม 2569